https://crispr.bme.gatech.edu/

ufabet

pgwin88

สล็อต

https://rr.lpsh.net/amp

ufabetwin

https://brss.pattani1.go.th/video/

https://sp.moe.go.th/web_sp_68/book/

https://dol-bangkok.com/video/

ufabetwin

ufabet

slot maxwin

panenslot77

indohoki77

ufabet

situs slot

slot777

indohoki77

https://csbweb.csb.pitt.edu/

pg slot

สล็อต

สล็อต

สล็อต

pgcash88

pg slot

victory555

taokaebet

https://carvunislab.csb.pitt.edu/

slot

pg slot

pgcash88

taokaebet

pglucky88

สล็อต

สล็อต

fun88

https://ciri.islam.gov.my/

https://www.brh2.jp/

สล็อต

https://thebeautysurgery.com/

https://toolized.com/

ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทตาเมือนธม : การย่อจักรวาลมาไว้บนโลกมนุษย์

อัปเดตล่าสุดเมื่อ:2026-09-04 14:19:41

ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทตาเมือนธม : การย่อจักรวาลมาไว้บนโลกมนุษย์

ผู้แต่ง : กิติรัตน์ สีหบัณฑ์.

สำนักพิมพ์ : ยงสวัสดิ์อินเตอร์กรุ๊ป

ปีพิมพ์ : 2566

พิมพ์ครั้งที่: พิมพ์ครั้งที่ 1


ปราสาทเมืองต่ำเป็นศาสนสถานแบบเทวาลัยในศาสนาฮินดู สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 16 เป็นศิลปะแบบบาปวน แห่งราชอาณาจักรขอม เนื่องจากปราสาทเมืองต่ำเป็นศาสนสถานแบบเทวาลัยในศาสนาฮินดู ศาสนสถานแห่งนี้จึงมีรูปแบบการสร้างสอดคล้องตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดู คือ มีสระน้ำล้อมรอบองค์ปราสาทประธานทั้งสี่ทิศตามคติความเชื่อที่ว่า สระน้ำทั้งสี่ทิศเปรียบเสมือนมหาสมุทรที่อยู่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุกล่าวคือ องค์ปราสาทประธานเปรียบเสมือนเขาพระสุเมรุ และมีปราสาทอีกสี่องค์สร้างล้อมรอบทั้งสี่ทิศ ทิศทั้งสี่ถูกเรียกว่า “ทวีป” ตามคติความเชื่อของศาสนาฮินดูที่ว่า ทวีปที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุประกอบไปด้วย ปุพพวิเทหทวีปตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเขาพระสุเมรุ อมรโคยานทวีป (อปรโคยานทวีป) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเขาพระสุเมรุ ชมพูทวีป (โลกมนุษย์ที่เราอยู่) ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเขาพระสุเมรุ และ อุตตรกุรุทวีปตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเขาพระสุเมรุ นอกจากนั้นศาสนาฮินดูให้ความสำคัญกับความสมมาตร ปราสาทเมืองต่ำจึงมีผังเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้าด้วยส่วนต่างๆของโคปุระ ได้แก่ ฐานเสาติดผนัง เสาประดับกรอบประตู ทับหลัง และหน้าบัน มีลวดลายแกะสลักที่เพิ่มคุณค่าให้แก่สถาปัตยกรรมแห่งนี้ให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ลวดลายที่ปรากฏบนเสาติดผนังโดยทั่วไปนิยมสลักลวดลายสองแบบ คือ ลายก้านต่อดอก และลายก้านขดซึ่งบ้างครั้งจะสลักรูปสิงห์เป็นต้นลายอยู่ด้านล่าง ส่วนลายก้านขดแกะสลักเป็นลายพันธุ์ไม้คดโค้งสลับไปมา ที่ขอบเสามีลายเม็ดประคำเรียงแถวในแนวดิ่งทั้งสองข้าง ส่วนทับหลังแกะสลักรูปพระกฤษณะปราบนาคกาลียะ ซึ่งทับหลังอันนี้พบอยู่ที่ซุ้มประตูของระเบียงคดทิศตะวันออกด้านใน ภายในกรอบรูปสี่เหลี่ยมพื้นผ้า ที่ระเบียงคดล้อมรอบอยู่นี้ มีกลุ่มปราสาทอิฐห้าองค์สร้างอยู่บนฐานศิลาแลงอันเดียวกันหันหน้าไปทางทิศตะวันออกโดยใช้เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพ และใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ปราสาทประธานองค์กลาง ปัจจุบันคงเหลือเฉพาะส่วนฐานมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุม มีมุขออกมาทางด้านหน้า ในระหว่างการขุดแต่งของกรมศิลปกรพบชิ้นส่วนลายปูนปั้นติดอยู่ที่บางส่วนของฐานอาคาร สันนิฐานว่าเดิมปราสาททุกหลังคงตกแต่งด้วยลายปูนปั้นประดับอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังขุดพบชิ้นส่วนศิวลึงค์ซึ่งสันนิษฐานว่าเดิมคงประดิษฐานอยู่ที่ปราสาทประธาน ทำให้เชื่อว่าปราสาทเมืองต่ำคงสร้างขึ้นเป็นเทวสถานอุทิศถวายแด่พระศิวะสอดคล้องกับหลักฐานทับหลังภาพพระศิวะสยุมพรกับพระนางอุมาเชื่อว่าทับหลังชิ้นนี้เดิมน่าจะประดิษฐานอยู่บริเวณซุ้มประตูมุขด้านหน้าของปราสาทประธาน ปราสาทบริวารแถวหน้าสององค์ตั้งอยู่สองข้างของปราสาทประธานเหนือชั้นฐานขึ้นไปเป็นเรือนธาตุมีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีประตูเข้าสู่ห้องภายในทางด้านหน้า ส่วนด้านอื่นสลักเป็นรูปบานประตูจำลอง เหนือเรือนธาตุขึ้นไปเป็นชั้นหลังคาซ้อนลดชั้นขึ้นไปห้าชั้น ชั้นบนสุดประกอบด้วยบัวยอดปราสาทแต่ปัจจุบันพังทลายลงเหลืออยู่เพียงสามชั้นนับรวมเรือนธาตุด้วย ปราสาทบริวารทางทิศใต้มีทับหลังสลักรูปบุคคลประทับนั่งในท่ามหาราชลีลาอยู่เหนือหน้ากาล แถวบนสลักเป็นรูปโยคี ปราสาทองค์บริวารทิศเหนือมีทับหลังแสดงภาพอุมามเหศวรหรือพระศิวะประคองพระนางอุมา ทรงตรีศูลที่พระหัตถ์ขวา ประทับนั่งบนหลังโคนนทิ ด้านบนของทับหลังสลักเป็นแถวโยคี ปราสาทบริเวณแถวหลังสององค์มีขนาดเล็กกว่าปราสาทที่อยู่แถวหน้ามีแผนผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ตัวอาคารก่อสร้างด้วยอิฐ และมีลักษณะโดยรวมเหมือนกับปราสาททางด้านหน้ากลุ่มปราสาทส่วนนี้มีทับหลังประดับเหนือกรอบประตูที่งดงามคือทับหลังของปราสาทองค์ทิศใต้มีลวดลายสลักรูปพระวรุณหรือพระพิรุณทรงหงส์อยู่เหนือหน้ากาลและทับหลังของปราสาทองค์ทิศเหนือสลักรูปพระกฤษณะยกเขาโควรรธนะแวดล้อมด้วยเหล่าคนเลี้ยงโค ลายหน้ากาล ที่อยู่เบื้องล่างมีท่อนพวงมาลัยที่ออกมาจากปากและมีพวงอุบะห้อยที่กึ่งกลางทั้งสองข้างจัดเป็นศิลปะเขมรสมัยคลังประมาณพุทธศักราช 1510-1560 ด้านหน้าปราสาทอิฐทั้งห้าหลังมีอาคารรูปสี่เหลี่ยมผืน ผ้าขนาดเล็กสองหลังเรียกว่าบรรณาลัยซึ่งได้พบภายหลังจากการขุดแต่งพื้นที่ภายในลานปราสาทชั้นใน อาคารสองหลังนี้สร้างหันหน้าเข้าหากลุ่มปราสาทอิฐเพื่อใช้เป็นที่เก็บรักษาคัมภีร์ทางศาสนาและประกอบพิธีกรรม ที่มาของชื่อปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทเมืองต่ำ ชื่อนี้ไม่ได้มีมาตั้งแต่เดิม โดยไม่พบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวถึงชื่อปราสาทแห่งนี้ แต่คำว่า “เมืองต่ำ” มีที่มาจากการเรียกของชาวบ้านหรือชาวพื้นเมือง ด้วยความเข้าใจว่าปราสาทแห่งนี้อยู่ในพื้นที่ต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับปราสาทพนมรุ้ง จึงเรียกปราสาทแห่งนี้ว่า ปราสาทเมืองต่ำ ปราสาทแห่งความรัก ปราสาทเมืองต่ำเป็นปราสาทที่ได้รับการขนานนามของคนในชุมชนว่าเป็นปราสาทสีชมพูเนื่องจากบริเวณของซุ้มประตูหรือโคปุระสร้างจากหินทรายซึ่งมีสีอ่อนออกไปทางสีชมพู อีกทั้งสระน้ำภายในปราสาทขุดหักมุมตามแนวกำแพงทั้งสี่มุมคล้ายรูปหัวใจ และทับหลังปราสาทองค์บริวารทางทิศเหนือสลักแสดงภาพอุมามเหศวรหรือพระศิวะประคองพระนางอุมา และทับหลังที่ถูกขุดพบที่สันนิษฐานว่าเดิมน่าจะประดิษฐานอยู่บริเวณซุ้มประตูมุขด้านหน้าของปราสาทประธานสลักภาพพระศิวะสยุมพรกับพระนางอุมา จากทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ทำให้ชาวบ้านภายในชุมชนมีความเชื่อว่าหากมาขอพรเรื่องความรักที่ปราสาทแห่งนี้จะประสบผลสำเร็จ ปราสาทแห่งความสมมาตร อารยธรรมเขมรหรือขอมจะมีคติความเชื่อเรื่องความสมมาตร เพราะฉะนั้นผังเมืองหรือสิ่งปลูกสร้างต่างๆจะคำนึงถึงหลักเรื่องความสมมาตรเสมอ ปราสาทเมืองต่ำก็เช่นกัน โดยแผนผังของปราสาทเมืองต่ำจะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า รวมไปถึงสิ่งปลูกสร้างต่างๆภายในปราสาทเมืองต่ำด้วยเช่นกัน เช่น กำแพงชั้นนอกหรือกำแพงแก้ว ถูกสร้างขึ้นเป็นกำแพงล้อมรอบปราสาทโดยมีแผนผังเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า กึ่งกลางของกำแพงแก้วทั้งสี่ทิศมีซุ้มประตูหรือโคปุระ ซึ่งซุ้มประตูมีแผนผังเป็นรูปกากบาทชักปีกออกไปเชื่อมต่อกับกำแพงแก้ว หากสังเกตุดูโครงสร้างของกำแพงแก้วและโคปุระแล้วก็เป็นโครสร้างที่สมมาตรเช่นกัน ถัดเข้าไปภายในกำแพงแก้ว มีสระน้ำสร้างหักมุมตามแนวกำแพงทั้งสี่มุมหากพิจารณาแล้วก็เป็นโครงสร้างที่สมมาตรเช่นกัน รวมถึงกำแพงชั้นในหรือระบียงคดก็มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า และอีกหนึ่งสิ่งที่บ่งบอกถึงความสมมาตรคือบารายเมืองต่ำที่มีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า จึงถือได้ว่าปราสาทแห่งนี้เป็นปราสาทแห่งความสมมาตรตามคติความเชื่อของอารยธรรมเขมรโบราณ การเดินขึ้น-ลงบันไดภายในปราสาท ปราสาทเมืองต่ำเป็นศาสนสถานของเขมรโบราณ การปฏิบัติตนเมื่ออยู่ภายในปราสาทเมืองต่ำจึงต้องสุภาพและสำรวม หนึ่งในนั้นคือการเดินขึ้นลงบันไดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิง สืบเนืองจากสมัยก่อน ผู้หญิงจะใส่ซิ่น เวลาขึ้นลงบันไดจึงมีโอกาสสูงที่จะไม่สุภาพ เพราะฉะนั้นการขึ้นลงบันไดจึงต้องขึ้นลงในลักษณะเฉียงๆเอียงเท้า เพื่อป้องกันการมองลอดผ่านผ้าซิ่น นอกเหนือจากความสุภาพแล้วยังถือว่าเป็นการเคารพสถานที่ไปในตัวด้วย บทบาทและความสำคัญของศิลาแลงและหินทรายในการก่อสร้างปราสาท ปราสาทเมืองต่ำถูกสร้างจากวัสดุสามชนิดด้วยกัน คือ อิฐ ศิลาแลง และหินทราย หากเราสังเกตุจะพบว่าวัสดุสามชนิดจะมีความแตกต่างกันชัดเจน คือ หินทรายจะมีสีอ่อนและเนื้ออ่อนด้วย ศิลาแลงจะมีเนื้อแข็งสีเข้มและมีรูพรุน ส่วนอิฐจะมีเนื้อแข็งและขนาดก้อนจะเล็ก ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว การใช้งานในการก่อสร้างจึงแตกต่างกันไปด้วย ศิลาแลงส่วนมากจะถูกใช้สร้างเป็นทางเดินและฐานของปราสาทเนื่องจากมีเนื้อแข็งและโครงสร้างแข็งแรงและเนื่องจากศิลาแลงเป็นเนื้อแข็งทำให้แกะสลักลวดลายยากจึงไม่นิยมนำมาทำตัวปราสาทและหน้าบัน หินทรายเป็นหินเนื้ออ่อนแกะสลักลวดลายได้ง่าย จึงถูกนำมาสร้างส่วนที่ต้องการแกะสลักลวดลายให้สวยงามเช่น กำแพง ซุ้มประตู หน้าบัน และทับหลัง ส่วนอิฐถูกนำมาก่อเป็นตัวปราสาทประธาน



ตรวจสอบสถานะทรัพยากรสารสนเทศในระบบ